คนหลงทาง

posted on 11 Jul 2010 18:26 by fingar

"อย่าฝากชีวิตดีๆไว้ที่ฉัน

อย่าเอาความฝันของเธอมาเสี่ยงรู้ไหม

เก็บเอาชีวิตของเธอเดินออกไปให้ไกล

ไม่อยากทำร้ายคนดีอย่างเธอ"

 

                                      

                 เพลงคนหลงทางของ Big Ass ฟังทีไรก็ให้ความรู้สึกแปลกในใจทุกครั้ง ถ้ารักกันทำไมไม่เดินไปพร้อมกัน ทำไมต้องผลักไสไล่ส่งให้อีกคนออกไปจากชีวิต แทนที่จะพยายามทำตัวเองให้ดีขึ้นเพื่อคนที่เรารัก แต่กลับมาทำร้ายจิตใจกันด้วยคำว่าเธอดีเกินกว่าที่จะมาอยู่กับคนอย่างฉัน...

                ไม่ได้อัพ blog มานานมากๆ จนแมงมุมจะทำรังใส่อยู่แล้ว ^_^ รูปนี้วาดเองเลยนะเนี่ย หลังจากฟังเพลงนี้แล้วรู้สึกอยากหยิบดินสอมาวาดอีกครั้ง คนหนึ่งคนยินดีที่จะรอคอยอะไรบางอย่าง แม้สิ่งที่รอนั้นไม่รู้ว่าเมื่อไหร่จะมาถึง ต้องใช้เวลานานแค่ไหนเพื่อรอ แต่มันคือความสุข...และคือความหวัง หากชีวิตอยู่ได้ด้วยความหวัง อย่าได้ไปบอกให้ใครหยุดรอความหวังของตัวเองเป็นอันขาดเชียว

edit @ 24 Jul 2010 14:31:47 by ปีก

อยากจะรู้เหมือนกัน

posted on 09 Jan 2010 17:54 by fingar

           มีหลายคนถามฉันว่า ไม่เคยมีแฟนเลยจริงๆหรือ

 มันแปลกมากหรืออย่างไรกับการที่คนหนึ่งคนจะไม่เคยมีแฟน

ทุกคนที่เพิ่งรู้จักฉันมักจะคิดว่าฉันมีแฟนแล้ว

หรืออย่างน้อยก็ต้องเคยมีความรักมาบ้าง แต่เปล่าเลย ฉันไม่เคยมีแฟน

ไม่เคยมีความรู้สึกว่าอยากจะเป็นแฟนใคร 

คำถามที่ตามมาอีกก็คือ มีคนมาจีบบ้างไหม คำตอบก็คือมันก็มีนะ

           ฉันกลัวเวลาที่มีใครเดินก้าวล้ำเส้นที่ฉันขีดเอาไว้

ซึ่งก็ตอบไม่ได้เหมือนกันว่ากลัวอะไร รู้อย่างเดียวว่าฉันให้เขาเข้าใกล้กว่านี้ไม่ได้

เลี่ยง หลบ หนี คือสิ่งที่ฉันจะทำทันที ถ้าใครสักคนพยายามใกล้ฉันเกินกว่าระยะที่ฉันพอใจ

ทั้งๆที่ก่อนหน้านั้นฉันจะรู้สึกดีที่ได้พูด ได้คุย ได้ไปไหนมาไหนด้วย

 แต่เมื่อใกล้กันมากขึ้น

ฉันจะเกิดอาการกลัว และไม่อยากเจอ ไม่อยากพูด คุย หรือไปไหนมาไหนด้วยอีก

แล้วมันก็จบลงด้วยความรู้สึกผิดของฉัน ที่ทำร้ายใจของคนหนึ่งคนที่หวังดีไป

            เพื่อนบางคนบอกว่าฉันอาจจะจิตตกมากไป

ออกแนวโรคจิต หวงความเป็นส่วนตัวเกินไป

บางคนบอกว่าฉันมีญาณรับรู้ความรักต่ำกว่าคนทั่วไป

บางคนบอกว่าฉันควรจะเปิดใจให้ใครสักคนดูก่อนที่จะตัดสินใจ

ฉันก็ลองจะพยายามดู แต่ก็เหมือนเดิม

          ฉันสรุปเอาเองว่า อาจเป็นเพราะฉันยังไม่เจอคนคนนั้นที่ฉันรอ

 แต่ฉันเองก็บอกไม่ได้ว่ารออะไร รอใคร

เขาคนนั้นต้องเป็นแบบไหน ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน

และที่สำคัญฉันก็ไม่รู้ว่าฉันต้องการ หรือไม่ต้องการที่จะรอ

 

            

edit @ 10 Jan 2010 08:02:59 by ปีก

edit @ 10 Jan 2010 08:03:35 by ปีก

สิ่งสวยงามภายในใจ

posted on 11 Jul 2009 19:17 by fingar

 

 เพียงคำพูดไม่กี่คำ

ร้อยเรียงผ่านตัวหนังสือที่คุ้นตา

เหมือนดั่งมีพลังแห่งมนตรา

สะกดสายตา สะกดใจให้นิ่งงัน

         เคยไหมที่รู้สึกหัวใจเบิกบานอย่างบอกไม่ถูกเมื่อได้รับโปสการ์ดหรือจดหมายจากใครบางคนที่เราไม่คาดฝันว่าจะส่งมาถึงเรา แม้จะเป็นเพียงถ้อยคำสั้นๆ แต่มันดูมีความหมายมากมายกว่านั้น

ความคิดถึง ความห่วงใย

ไหลบ่าจากตัวหนังสือสู่หัวใจ

ปัดไล่ความเหงา ความเหนื่อยล้า

เพียงได้พบว่า มีคนรักและคิดถึง

             แค่ได้รับรู้ว่ามีคนหนึ่งคนที่ยังรักและระลึกถึงเราเสมอ แม้จะไม่ได้พบเจอหรือได้ยินเสียง เพียงแค่ข้อความก็เติมความสุขให้กับเราในวันที่เหนื่อยล้าได้

วันเวลาที่ผ่านพ้นไป

ทำให้อะไรต่างเปลี่ยนแปลง

แต่ความรัก ความห่วงใย

จากเพื่อนที่แสนดี ยังคงมีอยู่ไม่เสื่อมคลาย

           ในช่วงเวลาหนึ่งเราได้ใช้ชีวิตร่วมกับใครหลายคนจนเกิดความรู้สึกรักใคร่ สนิทสนมคุ้นเคย แม้จะเป็นช่วงเวลาเพียงสั้นๆ แล้วจากนั้นก็ลาจากกันไป จนไปพบกับใครอีกหลายคนในช่วงเวลาที่ต่างออกไป ความรัก ความห่วงใย ความผูกพันกับผู้คนทั้งหลายเหล่านั้นกลับไม่เคยเลือนหายแม้จะเลือนลางไปบ้าง แต่ก็ยังคงมีอยู่เเช่นนั้นไม่เสื่อมเลย

แม้นานทีจะได้พบ

แม้นานทีจะได้ส่งความรู้สึก

แม้นานทีจะได้พูดคุยกัน

แต่ทุกครั้งช่างตราตรึงและสวยงาม

              เมื่อวันหนึ่งเราได้กลับมาพบกันอีกครั้ง แม้เวลาที่เราห่างหายจากกันไปจะนานแสนนาน แต่ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม และความรู้สึกเมื่อได้พบกันทุกครั้งก็จะตราตรึงอยู่อย่างนั้นจนกว่าจะพบกันอีกครั้งหนึ่ง

 นี่คือความผูกพันระหว่างใจ ระหว่างกันและกัน

ที่กาลเวลาสามารถทำให้เลือนลางแต่ไม่สามารถทำให้เลือนหายได้เลย

ทุกอย่างอยู่ที่เรา

posted on 20 Jun 2009 19:21 by fingar

                          กระแสแห่งกาลเวลาพัดพาเอาหลายๆอย่างผ่านเข้ามาในชีวิต พร้อมกับพัดพาเอาสิ่งที่เคยมีอยู่ออกไปด้วยเช่นกัน กระแสแห่งเวลานั้นรุนแรงเกินกว่าจะต้านทาน แม้พยายามกั้นบางสิ่งไม่ให้เข้ามา หรือรั้งบางอย่างไม่ให้ออกไป ก็ทำไม่ได้อย่างที่ใจคิด

                          การปรับตัวเพื่อรับกับความเปลี่ยนแปลงจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับชีวิต หากมัวแต่ทุกข์ใจและมีอคติกับสิ่งที่ไม่ต้องการ และเอาแต่เสียดายกับสิ่งที่ต้องเสียไป ความสุขคงไม่เกิดขึ้น เพิ่งจะเข้าใจอย่างถ่องแท้เมื่อไม่นานมานี้เองกับคำว่า "จงอยู่กับปัจจุบัน อย่ารำพันถึงอดีต และอย่าเพ้อฝันถึงอนาคตอันไม่แน่นอน"

                         "บอกกับตัวเองว่าเราทำได้ แล้วทุกอย่างมันก็จะง่ายขึ้น" 

ช่วงนี้กำลังเครียดหนัก เพราะมัวแต่คิดถึงวันข้างหน้าว่าอาจะเรียนไม่จบปริญญาเอก เพราะหัวข้อ thesis โหดร้ายเหลือเกิน แต่ถ้าทำได้มันก็จะเป็นประโยชน์กับอีกหลายชีวิตที่เสี่ยงกับโรคมาลาเรีย ในเมื่อมีคนวางใจว่าเราทำได้ ก็จะสู้เต็มที่ล่ะนะ

edit @ 20 Jun 2009 19:53:00 by ปีก

เพราะฉันเอง

posted on 14 Jun 2009 12:26 by fingar

          ในช่วงหนึ่งอาทิตย์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยเดิมขึ้นกับฉัน ครั้งแรก ฉันก็ไม่สบายใจอยู่หลายวันและเสียเพื่อนไปตลอดกาล ทุกครั้งที่คิดถึงสิ่งที่ทำลงไปในตอนนั้นก็เหมือนหนามสะกิดใจอยู่ร่ำไป เป็นความรู้สึกผิดที่เลวร้ายเหลือเกิน ได้แต่ภาวนาอย่าให้เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นมาอีก แต่แล้วมันก็เกิดซ้ำขึ้นมาจนได้ ฉันพยายามหาทางออกที่ดีที่สุด ไม่อยากให้ซ้ำรอยเดิมๆ แต่สุดท้ายฉันก็ต้องใช้วิธีเดิมจัดการกับมัน ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือเสียเพื่อนไปอีกเหมือนเดิม

           ฉันผิดเองที่น่าจะรู้และดูให้ออกว่าใครคิดอะไร อย่างไร กับตัวเอง ถ้ารู้เร็วกว่านี้คงไม่ต้องทำร้ายใครด้วยการกระทำ และคำพูด รวมทั้งทำร้ายตัวเองด้วยความรู้สึกผิดอย่างนี้

             ฉันไม่เข้าใจว่าเมื่อเราปฏิบัติกับทุกคนอย่างเท่าเทียม ทำไมแต่ละคนที่ได้รับการปฏิบัติจากเราถึงมีความคิดเห็น ความรู้สึกและตอบสนองต่อเรา แตกต่างกัน

 

อยากบอกกับเธอเหลือเกินว่า

ฉันขอโทษ

เธอไม่ผิดที่คิดอย่างนั้น

มันผิดที่ฉัน

ที่ปล่อยให้เธอคิดไป

แล้วกลับมาทำร้ายใจของเธอ

ด้วยคำพูดของฉันเอง

                

Love at first sight

posted on 09 Jun 2009 18:48 by fingar

 

"ฉันรักเธอโดยที่ไม่รู้จัก ฉันหลงรักเธอตั้งแต่แรกพบหน้า"

                ฟังเพลงนี้ทีไรก็รู้สึกเคลิบเคลิ้มและยิ้มทุกที แต่ก็มักจะเกิดคำถามขึ้นมาว่า มันจะเป็นไปได้จริงๆหรือกับเหตุการณ์อย่างในเพลงๆนี้ รักทั้งๆที่ไม่รู้จัก รักตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอ มันจะดูใจเร็วด่วนได้ไปหรือไม่กับความรู้สึกแบบนี้

            สงสัยเหลือเกินว่าถ้ามีใครสักคนส่งเพลงนี้ให้ จะเกิดความรู้สึกอย่างไร จะสงสัยมั้ยว่าไอ้นี่มันบ้ารึเปล่า หรือจะรู้สึกคล้อยตามไปกับเพลงมั้ย   เฮ้อ

            ทุกครั้งที่ฟังเพลงนี้ก็รู้สึกว่าเพราะดี มีความหมาย และที่สำคัญพี่ป๊อด (ศิลปินคนโปรดของเรา)ร้องซะด้วย โดยส่วนตัวก็ชอบนะ แต่มาในวันนี้ที่ได้ฟังกลับรู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูกเลย

 

edit @ 9 Jun 2009 19:05:03 by ปีก

edit @ 9 Jun 2009 19:12:06 by ปีก

"ถ้า"

posted on 07 Jun 2009 15:40 by fingar

ฟ้ายามรติกาล

มีแสงจันทร์ทอประสานเมฆครึ้มเทา

เป็นช่วงเวลาที่เปลี่ยวเหงา

เป็นช่วงที่รู้สึกถึงเงาของบางอย่าง

ภายในใจ

 

วันเวลา คำพูด และโอกาส

คือสิ่งที่ไม่อาจย้อนคืนได้

หากแต่ปล่อยผ่านไปแล้ว

กลับตราตรึงอยู่ในใจ

ไม่เคยผ่านเลยไปอย่างต้องการ

 

ณ จุดหนึ่งของถนนสายชีวิต

จะมีช่วงที่หวนคิดถึงเส้นทางที่มองผ่าน

จะเป็นเช่นไรหากวันวาน

ได้เลือกในทางที่มองผ่าน

ความแตกต่างของสองทางคืออะไร

คนเรามักจะมีคำว่า "ถ้า" เสมอในการดำเนินชีวิต

แต่เวลาไม่อาจย้อน คำพูดไม่อาจคืน โอกาสที่ผ่านแล้วจะไม่กลับมาอีก

จะมีประโยชน์อันใดกับการใช้คำว่า "ถ้า"

อยู่กับปัจจุบัน

รอคอยในสิ่งที่กำลังจะเข้ามา

มีความสุขอยู่กับความเป็นจริง

น่าจะดีกว่านึกย้อนกลับไปแล้วใช้คำว่า "ถ้า" เพื่อปลอบโยนตัวเอง 

 

ก็มันเหงา

posted on 24 May 2009 12:44 by fingar

          ตอนนี้ต้องอยู่แบบเงียบๆเหงาๆไปวันๆ เพราะยังไม่ค่อยชินกับการเปลี่ยนแปลงย้ายที่อยู่ ไม่ค่อยชินกับการไปไหนมาไหน ทำอะไร กินข้าว คนเดียว คิดถึงเพื่อนๆ คิดถึงบ้าน คิดถึงพ่อ แม่ พี่ น้อง มีแต่คำว่าคิดถึงเต็มไปหมด

เหงา

           เพิ่งค้นพบว่านั่งอ่าน blog ไปเรื่อยก็ช่วยให้หายเหงาได้ บล็อกแต่ละคนก็มีหลายเรื่องราวทั้งขำ ทั้งน้ำตา ทั้งมีสาระ และบางทีก็ไม่มีสาระ แต่เต็มไปด้วยความบันเทิง บางทีมีหลายคนที่อยู่ในภาวะเดียวกับเรา ก็ช่วยทำให้คำว่าเหงาจางลงได้เหมือนกัน

สมุดบันทึก

           ดีใจที่มี blog แบบนี้เป็นเพื่อนจัง ^_^

 

คนกลาง

posted on 19 May 2009 22:54 by fingar

                  การที่เราต้องยืนอยู่ตรงกลางระหว่างคนสองคน ซึ่งเป็นคนที่เรารักมากด้วยกันทั้งคู่ ต่างคนต่างเจ็บปวดกับการกระทำของอีกฝ่าย ต่างร้องไห้คร่ำครวญกับความเจ็บปวดนั้น คนที่อยู่ตรงกลางจะทำอย่างไรดี ต่างฝ่ายต่างมีเหตุผลของตัวเอง ความเสียใจที่เกิดขึ้นเกิดเพราะความรัก ความหวังดีที่ต่างมีให้กัน หากแต่ผู้ที่ได้รับความหวังดี ความรักนั้น มองสิ่งที่เกิดขึ้นในมุมที่แตกต่าง แล้วคนกลางจะทำอย่างไรbehind

หันหลัง

                  การเข้าข้างใครคนใดคนหนึ่งนั้นทำไม่ได้อย่างแน่นอน เพราะทั้งสองฝ่ายนั้นมีเหตุผลไปคนละแบบ ซึ่งไม่มีใครผิดหรือถูกมากไปกว่ากัน ปัญหามันเริ่มจากความรักและหวังดีที่มีให้กันมากเกินไป ฝ่ายหนึ่งคิดว่าการปิดบังเพื่อให้อีกฝ่ายสบายใจนั้นเป็นสิ่งที่ถูกต้อง แต่อีกฝ่ายกลับมองว่าการปิดบังนั้นเป็นเพราะแอบไปทำอะไรที่ไม่ดี ด้วยความเป็นห่วงจึงคอยดูแลอย่างใกล้ชิดจนเกินไป จนกลายเป็นความระแวงสงสัย และเกิดจินตนาการล้ำลึกไปต่างๆนานา ทำให้ฝ่ายที่เฝ้าแต่ปิดบังนั้นอึดอัดจนแทบจะระเบิดเกิดความกังวลใจจนไม่สามารถทำอะไรได้

ระยะห่าง

                คนกลางอย่างฉันจะแก้ปัญหาอย่างไร ให้ทั้งสองฝ่ายกลับมาพูดคุยกันได้อย่างไม่มีความระแวง สงสัย หรือเกรงกลัว ถ้าได้พูดคุยกันอย่างตรงไปตรงมา ทุกอย่างคงจะดีขึ้น ถ้าผู้ที่มีอายุมากกว่ายอมรับในเหตุผลของฝ่ายที่มีอายุน้อยกว่าบ้างก็คงจะดี และโดยทางตรงข้าม ถ้าฝ่ายที่อายุน้อยกว่าเข้าใจความหวัง ความรักของผู้ใหญ่บ้างก็คงจะดี

 ห่าง

 

เฮ้อ.......ฉันจะทำอย่างไร

 

olor=087dce"

edit @ 21 May 2009 17:19:07 by ปีก

เรื่องเล็กๆ

posted on 27 Apr 2009 16:07 by fingar

         ละอองฝนร่วงโปรยปรายจากท้องฟ้าสีเทา หมวกฟางของชายชราเต็มไปด้วยหยดน้ำเล็กๆ บนบ่าข้างขวาหนักอึ้งด้วยคานไม้ไผ่ที่หอบหิ้วสินค้า ทั้งถั่วต้ม ข้าวโพดต้ม และไข่นกกระทาต้มสุก "ถั่วต้ม ข้าวโพด ไข่นกจ้า" แกยังคงร้องตะโกนแจ้งรายการสินค้า ตามมาด้วยเสียงแตรคู่ใจ นานแล้วเหมือนกันที่ฉันได้พบกับคุณตา แกมักจะเดินผ่านหน้าบ้านของฉันทุกวัน น้องหมาน้อยน่ารักของฉันนั้นชื่นชอบแกมาก เพราะทุกครั้งที่แกเดินมา แกจะมาแวะแกะถั่วต้มให้น้องฉันกินจนอิ่มแล้วก็จากไป โดยที่ฉันเองไม่ต้องจ่ายค่าถั่วเลยแม้แต่บาทเดียว แกบอกว่า "ให้บักขี้ดื้อน้อยมันกินเฉยๆนี่แหละ มันมาร้องเรียกอยากกิน แต่มันไม่มีเงิน เกิดมาเป็นหมาน้อยน่าสงสาร" ฉันบอกตามตรงว่าตัวฉันเองไม่ค่อยเข้าใจแกหรอกว่าทำไมไม่คิดเงิน ของซื้อของขายแต่กลับเอามาให้หมาน้อยสองตัวกินฟรี แถมยังแกะให้มันกินอีกต่างหาก จนกระทั่งวันนี้ ฝนจากที่กำลังโปรยปรายเป็นละอองเล็กๆ เปลี่ยนเป็นสายน้ำกระหน่ำ ทำให้คุณตาเดินขายของต่อไม่ได้ จึงนั่งแวะพักที่บ้านของฉัน ซึ่งก็เหมือนเดิมต้องจ่ายค่าสินไหมให้น้องชายฉันเป็นถั่วต้มที่แกะพร้อมรับประทาน ฉันได้โอกาสนั่งพูดคุยกับแก คุณตาเล่าให้ฟังว่า ตัวแกนั้นชื่ออิน บ้านเกิดแกไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก แกมาจากที่อื่น ร่อนเร่มาเรื่อยตั้งแต่อายุได้ 45 ปี เมื่อก่อนทำนา ทำไร่อยู่ที่บ้านนั่นแหละ แต่ด้วยความโง่ของแก แกจึงเสียที่ดินของแกไป ฉันเองก็ไม่กล้าถามว่าไปโง่ยังไง ได้แต่นั่งฟังแกเล่าต่อไปว่าแกเริ่มจากขายไม้กวาด เดินลากรถขายไม้กวาดไปทั่ว บางวันขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนมากมักจะไม่ได้ เดินตากแดด ตากลม จนเป็นลมบางวันก็ได้แค่ 20 หรือ ไม่ได้เลย วันไหนได้มาก็ได้กินข้าว แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องอด นั่งฟังแกพูดไปก็น้ำตาคลอ อายุขนาดนี้แล้วน่าจะได้อยู่บ้านกับลูกกับหลานที่บ้านอย่างมีความสุข แต่กลับต้องดิ้นรนเพื่อประทังชีวิตเพียงลำพัง แกบอกว่าบางครั้งหิวข้าวเหลือเกิน แต่ไม่มีเงินก็ไม่กล้าไปขอใครเขากิน กลัวเขาจะว่า ดังนั้นเมื่อน้องหมาของฉันวิง่ไปเกาะหาบขายของของแก แกจึงหยิบยื่นสิ่งที่มันต้องการให้โดยไม่คิดตังค์ คนอย่างแกไม่สามารถที่จะไปทำบุญกับใครได้ เพราะตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แกจึงทำบุญกับหมาน้อยของฉัน และที่สำคัญคือแกคิดถึงตอนที่แกหิวแล้วไม่กล้าขอใครเพราะไม่มีเงิน แกบอกว่าเข้าใจความรู้สึกอย่างนั้นดี  อีกอย่างก็คือน้องหมาฉันกินคนละสิบกว่าเม็ดก็อิ่มแล้วไม่รู้ว่าจะคิดตังค์ยังไง ถ้าจะซื้อให้ เพราะสงสาร แกบอกว่าอย่าเลย ถ้าจ่ายเงินมาแล้วไม่คุ้มก็อย่าจ่าย ฉันอึ้งกับสิ่งที่แกคิด คนตัวเล็กๆในสังคมทำไมถึงมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ไม่เห็นแก่ตัว แต่ทำไมคนที่ตัวใหญ่ในสังคมกลับเห็นแก่ตัว เอาเปรียบใครได้ก็จะเอาทันที

 น้ำใจ

 

edit @ 27 Apr 2009 16:41:30 by ปีก

your code here

your code here