เรื่องเล็กๆ

posted on 27 Apr 2009 16:07 by fingar

         ละอองฝนร่วงโปรยปรายจากท้องฟ้าสีเทา หมวกฟางของชายชราเต็มไปด้วยหยดน้ำเล็กๆ บนบ่าข้างขวาหนักอึ้งด้วยคานไม้ไผ่ที่หอบหิ้วสินค้า ทั้งถั่วต้ม ข้าวโพดต้ม และไข่นกกระทาต้มสุก "ถั่วต้ม ข้าวโพด ไข่นกจ้า" แกยังคงร้องตะโกนแจ้งรายการสินค้า ตามมาด้วยเสียงแตรคู่ใจ นานแล้วเหมือนกันที่ฉันได้พบกับคุณตา แกมักจะเดินผ่านหน้าบ้านของฉันทุกวัน น้องหมาน้อยน่ารักของฉันนั้นชื่นชอบแกมาก เพราะทุกครั้งที่แกเดินมา แกจะมาแวะแกะถั่วต้มให้น้องฉันกินจนอิ่มแล้วก็จากไป โดยที่ฉันเองไม่ต้องจ่ายค่าถั่วเลยแม้แต่บาทเดียว แกบอกว่า "ให้บักขี้ดื้อน้อยมันกินเฉยๆนี่แหละ มันมาร้องเรียกอยากกิน แต่มันไม่มีเงิน เกิดมาเป็นหมาน้อยน่าสงสาร" ฉันบอกตามตรงว่าตัวฉันเองไม่ค่อยเข้าใจแกหรอกว่าทำไมไม่คิดเงิน ของซื้อของขายแต่กลับเอามาให้หมาน้อยสองตัวกินฟรี แถมยังแกะให้มันกินอีกต่างหาก จนกระทั่งวันนี้ ฝนจากที่กำลังโปรยปรายเป็นละอองเล็กๆ เปลี่ยนเป็นสายน้ำกระหน่ำ ทำให้คุณตาเดินขายของต่อไม่ได้ จึงนั่งแวะพักที่บ้านของฉัน ซึ่งก็เหมือนเดิมต้องจ่ายค่าสินไหมให้น้องชายฉันเป็นถั่วต้มที่แกะพร้อมรับประทาน ฉันได้โอกาสนั่งพูดคุยกับแก คุณตาเล่าให้ฟังว่า ตัวแกนั้นชื่ออิน บ้านเกิดแกไม่ได้อยู่ที่นี่หรอก แกมาจากที่อื่น ร่อนเร่มาเรื่อยตั้งแต่อายุได้ 45 ปี เมื่อก่อนทำนา ทำไร่อยู่ที่บ้านนั่นแหละ แต่ด้วยความโง่ของแก แกจึงเสียที่ดินของแกไป ฉันเองก็ไม่กล้าถามว่าไปโง่ยังไง ได้แต่นั่งฟังแกเล่าต่อไปว่าแกเริ่มจากขายไม้กวาด เดินลากรถขายไม้กวาดไปทั่ว บางวันขายได้บ้างไม่ได้บ้าง ส่วนมากมักจะไม่ได้ เดินตากแดด ตากลม จนเป็นลมบางวันก็ได้แค่ 20 หรือ ไม่ได้เลย วันไหนได้มาก็ได้กินข้าว แต่ถ้าไม่ได้ก็ต้องอด นั่งฟังแกพูดไปก็น้ำตาคลอ อายุขนาดนี้แล้วน่าจะได้อยู่บ้านกับลูกกับหลานที่บ้านอย่างมีความสุข แต่กลับต้องดิ้นรนเพื่อประทังชีวิตเพียงลำพัง แกบอกว่าบางครั้งหิวข้าวเหลือเกิน แต่ไม่มีเงินก็ไม่กล้าไปขอใครเขากิน กลัวเขาจะว่า ดังนั้นเมื่อน้องหมาของฉันวิง่ไปเกาะหาบขายของของแก แกจึงหยิบยื่นสิ่งที่มันต้องการให้โดยไม่คิดตังค์ คนอย่างแกไม่สามารถที่จะไปทำบุญกับใครได้ เพราะตัวเองยังเอาตัวไม่รอด แกจึงทำบุญกับหมาน้อยของฉัน และที่สำคัญคือแกคิดถึงตอนที่แกหิวแล้วไม่กล้าขอใครเพราะไม่มีเงิน แกบอกว่าเข้าใจความรู้สึกอย่างนั้นดี  อีกอย่างก็คือน้องหมาฉันกินคนละสิบกว่าเม็ดก็อิ่มแล้วไม่รู้ว่าจะคิดตังค์ยังไง ถ้าจะซื้อให้ เพราะสงสาร แกบอกว่าอย่าเลย ถ้าจ่ายเงินมาแล้วไม่คุ้มก็อย่าจ่าย ฉันอึ้งกับสิ่งที่แกคิด คนตัวเล็กๆในสังคมทำไมถึงมีความคิดที่ยิ่งใหญ่ไม่เห็นแก่ตัว แต่ทำไมคนที่ตัวใหญ่ในสังคมกลับเห็นแก่ตัว เอาเปรียบใครได้ก็จะเอาทันที

 น้ำใจ

 

edit @ 27 Apr 2009 16:41:30 by ปีก

Comment

Comment:

Tweet

ขอบคุณครับ สัหรับคอมเม้น เศร้าอ่ะ
ผมเครียดเหมือนกันนะ เฮ้อออ
แต่สงสารคุณตาเหมือนกันอ่ะคับ

#7 By I-ha on 2009-05-15 15:49

สถานะและบทบาททางสังคมแต่ละคนย่อมม่ายเหมือนกัน
บรรทัดฐานที่ถูกกำหนดด้วยตัวเราเอง
กำหนดต่อสิ่งอื่น.. ความสูงส่งของคนช่ายจะหมายถึง
ความสูงส่งทางใจ

Ps.gOOd thinking..

#6 By jEn'(a lOt lOst) on 2009-05-06 08:14

เคยได้ยินไหมค่า ทุกคนมีปีก ที่สามารถบินไปได้ในโลกที่กว้างใหญ่นี้ บ้างคนเฝ้าค้นหา เฝ้ารอคอย ปีกของอีกคนหนึ่งมาอยู่ร่วมกัน เพื่อจะบินไปค้นหาความฝัน แต่จริง ๆ แล้วคนหนึ่งคน ก็มีปีกหนึ่งคู่ มิใช่เพียงหนึ่งข้าง แต่ปีกคู่ในจะอยู่ในใจของคุณเอง เพียงคุณหยุดค้นหาปีกจากภายนอก กลับมามองที่ภายในหัวใจของคุณ คุณจะได้พบคำตอบนั้น

ขอบคุณสำหรับกำลังใจ และคำแนะนำดี ๆ นะค่า "ปีก" คู่นั้นของคุณ ส่งผ่านมาถึงคนอื่น ๆ ขอบคุณจริง ๆ Hot! Hot!

#5 By ท้องฟ้า on 2009-05-01 20:25

ขอบคุณสำหรับกำลังใจค่ะ

...

คนเห็นแก่ตัวมักจะเป็นคนที่มีเหลือเฟือทั้งนั้น แต่กลับไม่รู้จักแบ่งปัน

#4 By ^_poomapooma_^ on 2009-04-28 13:33

น่าสงสารคุณตาจัง...
ยังมีคนที่ต้องทุกข์ทนอีกมากนัก แต่คุณตาก็เป็นคนดีที่หาด้วยลำแข้งของตัวเอง
ต้องไปตรวจสอบขยะ เพื่อเก็บเอาขยะไปทิ้งที่ถังเก็บขยะใหญ่อีกถัง เพื่อให้รถขนขยะขนไปทิ้ง เลยจำเป็นต้องดูขยะทุกถัง
งาน attendant ที่ปั๊มน้ำมันตอนเรียนโท อเมริกา หาลำไพ่พิเศษคร้บbig smile

#2 By n h e p h e x on 2009-04-27 17:04

ขอบคุณสำหรับคำคอมเม้น,,งับ

นั่นสินะ ไมช่วงฝนตกถึงเหงามากกว่าปกติเนอะ,,

เหอๆ,,big smile

#1 By ช ม เ พ ลิ น * on 2009-04-27 17:00